Archive for the ‘Arts’ Category

Articles

วันละภาพ

In Arts,Journals,Thoughts on June 23, 2011 by fishix

สวัสดีกันอีกครั้งนะครับ หลังจากหายไปนาน ก็สอบเสร็จไปประมาณสองอาทิตย์แล้ว ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงที่ยังปรับตัวกับความว่างไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ก็เลยเหมือนอยู่ไปวัน ๆ (แย่จัง) ทำนู่นทำนี่ หลัง ๆ มานี่ค่อยได้ทำอะไรที่ดูมีประโยชน์หน่อย วาดรูปบ้าง อัดเพลงบ้าง (อะไรบ้าง) ตอนนี้มีเวลาอยู่ซักชั่วโมงนึงก่อนนอน ก็เลยว่ามาเขียน blog ก็แล้วกัน

เรื่องที่จะเขียนนี่ที่จริงก็จะเขียนมาซักพักนึงแล้ว (เมื่อประมาณครึ่งปีก่อน) แต่ก็ยุ่งมากจนไม่ได้เขียนซักที กระนั้นแล้ว อย่าเสียเวลาอยู่เลย เริ่มกันเลยดีกว่านะครับ

เมื่อประมาณต้นปีก่อน ไปเจอเว็บนึงน่าสนใจดี เป็นเว็บรวมรูปภาพที่คน ๆ นึงถ่ายไว้วันละภาพ ตั้งแต่ปี 1979-1997 รูปสุดท้ายลงวันที่ 25 ตุลาคม 1997 เป็นวันที่เค้าเสียชีวิตไป รวมทั้งสิ้น 18 ปี 6 เดือน กับอีก 25 วัน เป็นจำนวน 6,778 ภาพ (ตาม WolframAlpha)

ก็มาคิดดูว่า น่าทำดีเหมือนกัน เพราะว่าตั้งใจจะเขียนบันทึกคล้าย ๆ กับไดอารี่ อะไรพวกนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีเวลาและไม่ขยันพอซักที (เขียนนานสุด 7 วัน) ใช้วิธีถ่ายรูปเอาก็น่าจะใช้เวลาน้อยดี เห็นน้องแป้ง (STEP XII) เอามาถ่าย ๆ ก็ดูโอเคดี ก็เลยสั่งซื้อกล้อง Fuji Instax mini 55i มาเกือบจะทันทีจาก eBay…​ วันที่ 29 มกราคม เมื่อปีที่แล้ว กล้องก็มาถึงที่ Kimball แล้วก็เอามาประเดิมรูปของวันแรกไป

จุดประสงค์หลัก ๆ ที่คิดไว้ตอนแรกก็คืออยากจะบันทึกอะไรในชีวิตลงไป ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนกันรึเปล่า แต่เวลาได้ย้อนไปดูอะไรเก่า ๆ แล้วก็รู้สึกดีเหมือนกัน ไม่ว่าความทรงจำช่วงนั้นจะดีหรือจะไม่ดีแค่ไหน ประมาณว่าวันนั้นเจออะไรก็ถ่ายมาล่ะครับ ช่วงไหนอยู่ห้องสมุดติดกันเป็นอาทิตย์เพื่อปั่นเปเปอร์ก็จะรู้ได้ทันที

ถามว่า ถ่ายทุกวันเลยเหรอ ก็ไม่ใช่นะครับ บางวัน (แต่เป็นส่วนน้อย) ก็แอบโกงบ้าง ถ่ายย้อนหลัง บางทีอะไรที่เก็บได้แต่ไม่มีเวลาถ่ายจริง ๆ เช่นตอนกำลังจะไป snow trip นี่ ก็เก็บหนังสือพิมพ์ที่ Stanford กำลังจะแข่ง Big Game กับ Berkeley เอาไว้ กลับมาถ่ายทีหลัง เป็นต้น

นับมาถึงตอนนี้ก็ 510 วันแล้ว หลังจากที่เริ่มถ่ายรูป “โพลารอยด์” มา (อันที่จริงโพลารอยด์เป็นชื่อบริษัทแรกที่ผลิตฟิล์มแบบเห็นภาพทันที คนก็เลยมักเรียกกล้องพวกนี้ว่ากล้องโพลารอยด์กัน เหมือนที่เรียกผงซักฟอกว่าแฟ้บนั่นแหละครับ) ก็ได้รูปมาทั้งหมด 509 รูป (ของวันนี้ยังไม่ได้ถ่าย) เก็บใส่กล่องที่ซื้อมาจาก Daiso ซึ่งขนาดพอดีมาก เก็บได้กล่องละแปดเดือน ตอนนี้ก็ได้สองกล่องกว่า ๆ แล้ว ก็ได้อะไรจากโปรเจคนี้มากกว่าการบันทึกสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตเยอะเหมือนกัน อย่างเช่นว่าเป็น conversation starter ที่ดีมาก เวลาไปไหน ก็จะมีหัวข้อคุยกับคนที่ยังไม่รู้ว่าเราทำโปรเจคนี้อยู่เพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง หลายคนก็สนใจจนซื้อกล้องกันไปเลยทีเดียว (พี่หวัง เป็นต้น) นอกจากนั้น การที่ต้องพกกล้องนี้ไปไหนต่อไหน ก็ทำให้เวลาเดิน ๆ ได้ดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย เผื่อจะเห็นอะไรสวย ๆ ที่น่าถ่ายรูปบ้าง หรือเวลานั่งทำงานเบื่อ ๆ ก็มีการออกไปเดินถ่ายรูปเป็น study break ไปในตัว (แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้างานรัดตัวจริง ๆ จะออกแนวถ่าย ๆ ให้เสร็จมากกว่า)

ก็นั่นแหละครับ ที่มา และความเป็นไปของโปรเจคนี้ ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำไปอีกถึงเมื่อไหร่ เพราะรูปนึงก็ตก $0.70 กว่า ๆ ก็แพงอยู่เหมือนกัน แต่ถ้ายังอยากทำอยู่ก็คงทำไปเรื่อย ๆ แหละครับ :)

สุดท้ายนี้ฝากรูปที่วาดมาจากรูปถ่ายของวันที่ 15 ธันวาคม 2553 ไว้ก็แล้วกันครับ

Advertisements

Articles

Power of Procrastination

In Arts on March 22, 2011 by fishix

ปิดเทอมนิดนึงแล้ว ก็เลยมีเวลาอ่านหนังสือเยอะขึ้น ก็เลยเบื่ออ่านหนังสือง่ายขึ้น (ซะงั้น) ก็เลยหันมาทำอะไรที่กะว่าจะทำตั้งนานแล้ว นั่นก็คือ…​ นาฬิกานั่นเอง

โปรเจคนี้คิดมา แล้วก็ซื้ออุปกรณ์มาตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอมนู่น ก็คือเมื่อครึ่งปีที่แล้ว คร่าว ๆ ก็คือจะใช้จานสีมาเป็นพื้นหลังของนาฬิกา ก็ไปซื้อจานสีมาจากร้านใน Palo Alto แล้วก็ซื้อสีอะครีลิกมาด้วย ส่วนนาฬิกาก็ซื้อมาจาก eBay ครับ

ลายที่จะวาดก็คิดไว้ว่าจะเป็นลายวง ๆ หมุน ๆ ถ้าจะให้ชัดเจนก็คือ log spiral นั่นเอง ตอนแรกก็คิด ๆ ว่าจะเอาให้ม้วนขนาดไหน สรุปแล้วก็ประมาณว่ารัศมี 20 เซนติเมตร ก็ให้ม้วนไปรอบนึงก็แล้วกัน กำหนดให้ a = 2 ก็จะได้ b = 0.366468 ออกมาก็ได้ประมาณนี้ครับ

Spring break is here! This means I have more time to study, and hence more likely to get bored of studying. So I decided to turn to something I planned to do for quite a while… a clock.

I thought about this since September. Roughly, I want to use a palette as the background of the clock. I bought the palette and acrylic paint from an art store in Palo Alto. I got the clock movement from eBay.

As for the background, I was thinking of a spiral. A log spiral to be precise. I decided to make it go one round with 20cm radius. Setting a equals to 2 yields b = 0.366468.

ก่อนอื่นก็ต้องลงพื้นสีขาวไปก่อน ก็ลงไปทั้งสิ้นสามชั้นด้วยกัน แล้วก็ต้องเว้นที่ไว้ให้เห็นเส้นที่จะวาดด้วย ฮ่า ๆ ไม่งั้นงงแย่ เสร็จแล้วก็ขีดเส้นไว้นิดหน่อยเอาไว้ไล่สี…

First thing I did was to prime the palette with gesso. I did that three times. Then I make marks for gradient…

หลังจากลงสีพื้นเสร็จ ก็หายเบื่อ กลับไปนั่งอ่านหนังสือตามเดิม จน 2 วันถัดมา ค่อยเบื่ออีกรอบ ฮ่า ๆ แล้วก็มาระบายสีต่อ…​ ระบายสีไปได้ซัก 2 ขั่วโมงกว่า ๆ ก็ได้ยังงี้ออกมา After priming, I stopped getting bored of studying so I went back to studying – -” Two days later I got bored again so I came back to painting. This is how it looks after a few hours.

หลังจากนั้นก็นั่งคิดอยู่ซักพักว่าขาดอะไรไป ก็ตัดสินใจใส่วงกลมสีขาวสองวงลงไป พร้อมขีดเวลา (ได้แค่สี่ขีด เพราะอันอื่นโดนสีทับหมด ไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงไหน) เสร็จแล้วก็ใส่นาฬิกา eBay เข้าไป ก็ได้นาฬิกามาใช้แล้ว ^^ After finished painting, I thought for a while what’s still missing. I decided to later add two white circles with tick marks. After that, all that’s left is putting the clock in, and wallah… the DIY clock!

ปล. ขอบคุณน้องทิด้วยที่แอบเปิดแลบเอ็มอีให้เข้าไปใช้สว่านเจาะรูจานสี :D

Articles

Odosketch

In Arts on February 4, 2011 by fishix

จริง ๆ เห็นเว็บนี้ตั้งแต่เมื่อสองสามวันก่อนแล้วแต่ยังไม่ได้ลองวาดซักที วันนี้พอตรวจการบ้าน micro กับ metrics เสร็จตอนตีหนึ่ง จริง ๆ ก็ง่วงแล้วแต่ก็ยังไม่อยากนอน (เอ๊ะยังไง) ก็เลยมาลองวาดเล่นดู :) I saw this cool site a few days back but haven’t had a chance to try it out yet. Today after finishing micro and metrics problem sets I was a bit tired, but still didn’t want to go straight to bed… so I gave it a shot :)
 

Articles

Circle Painting

In Arts,Journals,Thoughts on February 10, 2009 by fishix

Yes, I have three midterms coming up in the next 2 days, and yet I’m still doing this. I just want to talk really quickly about something called Circle Painting.

So what is Circle Painting? It’s basically a process in which a group of people come together and create a painting. The process is very simple with basic instructions, but the result is quite amazing. Basically, you and your friends draw lines and shapes and build on each other’s. If you want to learn more, I really recommend you going to the official website: www.circlepainting.com.

I was introduced to this about 2 years ago on SEALNet Project Philippines. It was part of the attempt to show the connectedness of Southeast Asia. An artist Hiep Nguyen (who happened to be a twin brother of Hung Nguyen, whose partner is Leng Lim, one of the co-founders of SEALNet… wow!) went to 3 SEALNet projects that year and did 3 huge circle paintings with the SEALNet team and the locals in each country. The paintings are then shipped to Singapore for a display in the 40th ASEAN Celebration. Singapore’s prime minister also painted on the paintings.

After that, I did 2 more circle paintings. One is at the Bangkok School for the Blinds with blind students there. It all started when Hiep was traveling and happened to be in Bangkok. He asked me if there’s any place I could think of that he could do circle painting, and the school came up in my mind. Some of the Thai Scholars who were in Thailand at the moment were interested in helping out too. It was a challenging task, but it was really fun working with the children.

Another one was with the children at Baan Home Hug during SEALNet Project Thailand 2008. We did one big one which was put on the wall of the exhibition site, and we also drew them on t-shirts, which would be sold to visitors as souvenirs.

Now Hiep came up with the idea to spread Circle Painting around even further. The next step is to schools, including Stanford. Imagine a circle painting in Old Union!

Articles

Wacom Bamboo

In Arts on February 5, 2009 by fishix

After a long disappearance (since October…) I finally have enough time to do something. I just got a Wacom Bamboo from Amazon (the store, not the rain forest) a few days ago and just had time to set it up just now. So I thought I’d try drawing something… and here it is. I hope I have more time to work on something fun with my tablet soon!

Many of you might note that this is my first post in English ever! Due to requests (particularly from Tu and Misha), I’ll try to make this a bilingual blog from now on, LOL. Until next post, take care :)

Articles

โชว์รูปสี Pastel

In Arts,Journals on October 19, 2008 by fishix

จากกันไปเป็นเดือนเป็นปี มิได้พบกัน… คิดถึงคืนนึกถึงวันวานที่แล้วมา…
จากกันไปใจยังเหมือนเดิมซ้ำเพิ่มมากกว่า… เพิ่มแรงจิตจดจ่อนึกถึงจึงกลับมาใหม่…

ฮ่า ๆ หลังจากห่างหายไปนานกว่าสองเดือน ในที่สุดก็มีโอกาสที่จะมาเขียนอะไรเพิ่มซะที เรื่อง “การทดลอง ตอนที่ ๒” ก็ต้องขอผลัดไว้คราวต่อไป (ซึ่งก็ไม่รู้เมื่อไหร่เหมือนกัน) นะครับ เพราะตอนนี้มีอะไรตื่นเต้นกว่านิดนึงมานำเสนอ

หอที่อยู่ตอนนี้ชื่อว่า Kimball (ก็ที่เดียวกับปีที่แล้วนั่นแหละ) เค้าเรียกว่าเป็นหอ art-focused คือเป็นหอที่มุ่งเน้นด้านศิลปะเป็นสำคัญ เริ่มจากอาจารย์ประจำหอเลย ก็เป็นครูสอนดนตรีสองคน นอกจากนั้นหอก็ยังจัดกิจกรรมศิลปะต่าง ๆ เป็นกลุ่ม ๆ กันไป กลุ่มที่ว่านี้ก็จะมีคนอยู่ซัก ๑๐ คน ที่สนใจเรื่องคล้าย ๆ กัน แล้วก็มาเจอกันทุกสัปดาห์เพื่อทำกิจกรรมศิลปะร่วมกัน มีทั้งพวกที่ทำเกี่ยวกับดนตรี ลีลาศ การทำอาหาร วาดภาพระบายสี ทำหนัง ไปจนถึงศิลปะการป้องกันตัว

สำหรับกลุ่มที่อยู่ในเทอมนี้ก็เป็นกลุ่มที่ออกไปนั่งวาดรูป ใช้สีที่ฝรั่งเขาเรียกกันว่า pastel ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไรเหมือนกัน อาจจะเป็นสีชอล์กมั้ง ลักษณะก็คือว่าพอฝนลงบนกระดาษแล้วจะเป็นผงฝุ่น ๆ ออกมา ซึ่งเราสามารถใช้นิ้วเกลี่ยให้ผสมกับสีอื่นได้ ทำให้ภาพที่ได้ออกมาดูนุ่มราวปุยนุ่น… อธิบายยังกับเรียนมายังงั้นเลย… ขอออกตัวก่อน (ไม่ได้วิ่งแข่งอยู่ ออกตัวก่อนเลยไม่เป็นไร ไม่ผิดกติกา) ว่าไม่ได้เรียนอะไรอย่างจริงจังเลย ที่พูดนี่ก็คือมั่วเอาทั้งนั้นนะครับ ใครที่รู้เรื่องก็ต้องขอความรู้ด้วย

ผ่านมาสองสัปดาห์ ก็ได้วาดไปสองรูป รูปแรกวาดเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ทะเลสาบ (แห้ง) ในสแตนฟอร์ดนี่เอง ชื่อว่า Lake Lagunita ใช้เวลาทั้งสิ้นเกือบ ๆ สองชั่วโมง ใช้ผงสีไปประมาณ ๑๗๓ กรัม (รู้ทำไมเนี่ยะ) ออกมาเป็นประมาณนี้ครับ

ส่วนรูปที่สอง เป็นรูปที่เพิ่งวาดเมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา นั่งอยู่เบื่อ ๆ ก็เลยวาดดู ตั้งชื่อรูปไว้ว่า Distance ครับ รูปพวกนี้ (ที่ดูไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่… วาดเพราะคนวาดไม่มีฝีมือวาดให้เหมือนของจริง) ภาษาศิลปะเค้าเรียกกันว่า แอ๊บแสตก (abstract) มั้งครับ ฮ่า ๆ

ส่วนความหมายหรืออะไรจะซ่อนอยู่ยังไง ก็ขอเชิญท่านผู้ชมวิเคราะห์กันเองนะครับ เค้าว่าศิลปะมันสนุกตรงนี้ ที่งานชิ้นนึงก็อาจจะมีความหมายต่างกันสำหรับคนดูแต่ละคน คิดว่ายังไงเขียนบอกไว้ก็คงจะดีไม่น้อย

คงไว้เท่านี้ก่อนก็แล้วกัน ต้องไปทำการบ้านก่อนแล้วครับ

Articles

สนามหลวง

In Arts,Journals on August 2, 2008 by fishix

ตอนไปเรียนที่ Loomis ได้ลงคลาสถ่ายรูปอยู่ครั้งนึง จำได้ว่าสนุกสนานมากพอสมควร ใครชอบถ่ายรูปแต่ยังไม่เคยลง ลองลงดูนะครับ คลาสนั้นเป็นคลาสถ่ายรูป “เบื้องต้น” คือถ้าใครยังไม่เคยลงคลาสนี้ ก็จะลงคลาสถ่ายรูปตัวอื่น ๆ ไม่ได้ สอนถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์มครับ เป็นกล้อง Pentax เก่า ๆ ตัวนึง กับฟิล์มขาวดำ ไว้วันหลังจะมาเล่าถึงประสบการณ์การทำงานกับกล้องฟิล์มนะครับ

ที่นึกถึงคลาสนี้ ก็เพราะมีวันหนึ่ง ครูบอกว่า ให้หารูปเก่า ๆ มารูปนึงที่เราถ่ายไว้ แล้วเขียนบรรยายว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างก่อนที่จะถ่ายรูปนั้น วันนี้ ไหน ๆ ก็ยังไม่รู้ว่าบล๊อกนี้จะเขียนเกี่ยวกับอะไรดี ก็เลยจะมาลองเขียนแบบนั้นดูก็แล้วกันนะครับ

(แบ่งช่องว่างเพื่อความสบายตา)

วันนั้นจำได้ว่าเพิ่งสอบเอ็นทรานซ์เสร็จ (มีนาคม ๒๕๔๘) แล้วก็กำลังจะกลับบ้านกับเจ๊ซิม พอดีวั้นนั้นนึกครึ้มอกครึ้มใจยังไงไม่รู้ พกกล้องไปสอบด้วย… สอบเสร็จปรากฎว่ายังไม่อยากกลับบ้านกันทั้งคู่ ก็เลยตกลงกันว่าจะไปวัดพระแก้ว ไปถ่ายรูปกัน

ลงรถเมล์ที่สนามหลวง ก็มีคุณป้าคนนึงมาขายถั่วให้ เราก็ไม่ได้อยากซื้อเท่าไหร่หรอก แต่ป้าแกตื้อเอามาก ๆ ก็เลยซื้อไปถุงนึง สิบบาท กินไปจนหมด เอ๊ยไม่ใช่… ถั่วเอาไว้ให้นกพิราบต่างหาก… โปรยไปโปรยมาจนหมด ก็กำลังจะเดินต่อ แต่แล้วก็มีเด็กคนนึงจะมาขายอีก ถามไปถามมาได้ความว่า เค้าเป็นลูกของป้าคนนั้นนั่นเอง ก็เลยบอกไปว่าพี่ซื้อจากแม่หนูไปแล้ว แต่ต้องนับถือในความพยายามจริง ๆ น้องเค้าเริ่มขายเราที่แถว ๆ หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขายไปขายมา เราก็เดินหนีไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าศิลปากร น้องเค้าก็ยังไม่หยุด ก็เลยต้องยอมแพ้ ตกลงให้เงินน้องเค้าห้าบาท แล้วให้น้องเค้าให้อาหารนกพิราบให้ ส่วนเราจะนั่งถ่ายรูปให้เค้าเป็นแบบ น้องเค้าก็ดีใจใหญ่ มาขอเป็นคนถ่ายมั่ง ขอไล่นกพิราบให้มันบินกันมั่ง สุดท้ายก็ได้รูปนี้แหละครับ :)

บอกน้องเค้าไว้ว่าวันหลังจะเอารูปนี้มาให้ แต่ถึงวันนี้ก็สามปีแล้วสิ ยังไม่ได้เอาให้น้องเค้าเลย เค้าจะยังอยู่ที่นั่นมั้ยน้อ