Archive for the ‘Thoughts’ Category

Articles

Moved (Again…)

In Journals,Thoughts on December 20, 2011 by fishix

I’ve now moved to art.tosborvorn.com. Hopefully this will be the last one :)

Advertisements

Articles

วันละภาพ

In Arts,Journals,Thoughts on June 23, 2011 by fishix

สวัสดีกันอีกครั้งนะครับ หลังจากหายไปนาน ก็สอบเสร็จไปประมาณสองอาทิตย์แล้ว ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงที่ยังปรับตัวกับความว่างไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ก็เลยเหมือนอยู่ไปวัน ๆ (แย่จัง) ทำนู่นทำนี่ หลัง ๆ มานี่ค่อยได้ทำอะไรที่ดูมีประโยชน์หน่อย วาดรูปบ้าง อัดเพลงบ้าง (อะไรบ้าง) ตอนนี้มีเวลาอยู่ซักชั่วโมงนึงก่อนนอน ก็เลยว่ามาเขียน blog ก็แล้วกัน

เรื่องที่จะเขียนนี่ที่จริงก็จะเขียนมาซักพักนึงแล้ว (เมื่อประมาณครึ่งปีก่อน) แต่ก็ยุ่งมากจนไม่ได้เขียนซักที กระนั้นแล้ว อย่าเสียเวลาอยู่เลย เริ่มกันเลยดีกว่านะครับ

เมื่อประมาณต้นปีก่อน ไปเจอเว็บนึงน่าสนใจดี เป็นเว็บรวมรูปภาพที่คน ๆ นึงถ่ายไว้วันละภาพ ตั้งแต่ปี 1979-1997 รูปสุดท้ายลงวันที่ 25 ตุลาคม 1997 เป็นวันที่เค้าเสียชีวิตไป รวมทั้งสิ้น 18 ปี 6 เดือน กับอีก 25 วัน เป็นจำนวน 6,778 ภาพ (ตาม WolframAlpha)

ก็มาคิดดูว่า น่าทำดีเหมือนกัน เพราะว่าตั้งใจจะเขียนบันทึกคล้าย ๆ กับไดอารี่ อะไรพวกนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีเวลาและไม่ขยันพอซักที (เขียนนานสุด 7 วัน) ใช้วิธีถ่ายรูปเอาก็น่าจะใช้เวลาน้อยดี เห็นน้องแป้ง (STEP XII) เอามาถ่าย ๆ ก็ดูโอเคดี ก็เลยสั่งซื้อกล้อง Fuji Instax mini 55i มาเกือบจะทันทีจาก eBay…​ วันที่ 29 มกราคม เมื่อปีที่แล้ว กล้องก็มาถึงที่ Kimball แล้วก็เอามาประเดิมรูปของวันแรกไป

จุดประสงค์หลัก ๆ ที่คิดไว้ตอนแรกก็คืออยากจะบันทึกอะไรในชีวิตลงไป ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนกันรึเปล่า แต่เวลาได้ย้อนไปดูอะไรเก่า ๆ แล้วก็รู้สึกดีเหมือนกัน ไม่ว่าความทรงจำช่วงนั้นจะดีหรือจะไม่ดีแค่ไหน ประมาณว่าวันนั้นเจออะไรก็ถ่ายมาล่ะครับ ช่วงไหนอยู่ห้องสมุดติดกันเป็นอาทิตย์เพื่อปั่นเปเปอร์ก็จะรู้ได้ทันที

ถามว่า ถ่ายทุกวันเลยเหรอ ก็ไม่ใช่นะครับ บางวัน (แต่เป็นส่วนน้อย) ก็แอบโกงบ้าง ถ่ายย้อนหลัง บางทีอะไรที่เก็บได้แต่ไม่มีเวลาถ่ายจริง ๆ เช่นตอนกำลังจะไป snow trip นี่ ก็เก็บหนังสือพิมพ์ที่ Stanford กำลังจะแข่ง Big Game กับ Berkeley เอาไว้ กลับมาถ่ายทีหลัง เป็นต้น

นับมาถึงตอนนี้ก็ 510 วันแล้ว หลังจากที่เริ่มถ่ายรูป “โพลารอยด์” มา (อันที่จริงโพลารอยด์เป็นชื่อบริษัทแรกที่ผลิตฟิล์มแบบเห็นภาพทันที คนก็เลยมักเรียกกล้องพวกนี้ว่ากล้องโพลารอยด์กัน เหมือนที่เรียกผงซักฟอกว่าแฟ้บนั่นแหละครับ) ก็ได้รูปมาทั้งหมด 509 รูป (ของวันนี้ยังไม่ได้ถ่าย) เก็บใส่กล่องที่ซื้อมาจาก Daiso ซึ่งขนาดพอดีมาก เก็บได้กล่องละแปดเดือน ตอนนี้ก็ได้สองกล่องกว่า ๆ แล้ว ก็ได้อะไรจากโปรเจคนี้มากกว่าการบันทึกสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตเยอะเหมือนกัน อย่างเช่นว่าเป็น conversation starter ที่ดีมาก เวลาไปไหน ก็จะมีหัวข้อคุยกับคนที่ยังไม่รู้ว่าเราทำโปรเจคนี้อยู่เพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง หลายคนก็สนใจจนซื้อกล้องกันไปเลยทีเดียว (พี่หวัง เป็นต้น) นอกจากนั้น การที่ต้องพกกล้องนี้ไปไหนต่อไหน ก็ทำให้เวลาเดิน ๆ ได้ดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย เผื่อจะเห็นอะไรสวย ๆ ที่น่าถ่ายรูปบ้าง หรือเวลานั่งทำงานเบื่อ ๆ ก็มีการออกไปเดินถ่ายรูปเป็น study break ไปในตัว (แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้างานรัดตัวจริง ๆ จะออกแนวถ่าย ๆ ให้เสร็จมากกว่า)

ก็นั่นแหละครับ ที่มา และความเป็นไปของโปรเจคนี้ ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำไปอีกถึงเมื่อไหร่ เพราะรูปนึงก็ตก $0.70 กว่า ๆ ก็แพงอยู่เหมือนกัน แต่ถ้ายังอยากทำอยู่ก็คงทำไปเรื่อย ๆ แหละครับ :)

สุดท้ายนี้ฝากรูปที่วาดมาจากรูปถ่ายของวันที่ 15 ธันวาคม 2553 ไว้ก็แล้วกันครับ

Articles

Circle Painting

In Arts,Journals,Thoughts on February 10, 2009 by fishix

Yes, I have three midterms coming up in the next 2 days, and yet I’m still doing this. I just want to talk really quickly about something called Circle Painting.

So what is Circle Painting? It’s basically a process in which a group of people come together and create a painting. The process is very simple with basic instructions, but the result is quite amazing. Basically, you and your friends draw lines and shapes and build on each other’s. If you want to learn more, I really recommend you going to the official website: www.circlepainting.com.

I was introduced to this about 2 years ago on SEALNet Project Philippines. It was part of the attempt to show the connectedness of Southeast Asia. An artist Hiep Nguyen (who happened to be a twin brother of Hung Nguyen, whose partner is Leng Lim, one of the co-founders of SEALNet… wow!) went to 3 SEALNet projects that year and did 3 huge circle paintings with the SEALNet team and the locals in each country. The paintings are then shipped to Singapore for a display in the 40th ASEAN Celebration. Singapore’s prime minister also painted on the paintings.

After that, I did 2 more circle paintings. One is at the Bangkok School for the Blinds with blind students there. It all started when Hiep was traveling and happened to be in Bangkok. He asked me if there’s any place I could think of that he could do circle painting, and the school came up in my mind. Some of the Thai Scholars who were in Thailand at the moment were interested in helping out too. It was a challenging task, but it was really fun working with the children.

Another one was with the children at Baan Home Hug during SEALNet Project Thailand 2008. We did one big one which was put on the wall of the exhibition site, and we also drew them on t-shirts, which would be sold to visitors as souvenirs.

Now Hiep came up with the idea to spread Circle Painting around even further. The next step is to schools, including Stanford. Imagine a circle painting in Old Union!

Articles

การทดลอง ตอนที่ ๑

In Short Stories,Thoughts on August 19, 2008 by fishix

เสียงไก่ขันดังขึ้นมาจากบ้านข้าง ๆ พร้อมกันกับลมเอื่อย ๆ ที่พัดมาจากด้านหน้าต่าง ฝนที่ตกลงมาเมื่อคืนยังทิ้งร่องรอยเป็นหยดใสอยู่บนใบสีเขียวสดของต้นไม้ที่แนบอยู่กับมุ้งลวด กิ่งของต้นประดู่โค้งงอไหวไปมา ราวกับจะชักชวนเขาออกไปสู่โลกธรรมชาติข้างนอก… มานะชอบบรรยากาศแบบนี้เสมอ

เขาอาบน้ำแต่งตัวพร้อมออกไปทำงาน หลังจากเทอาหารและน้ำให้หมาสองตัวที่เขาเลี้ยงไว้ เขาก็เดินออกจากบ้านไปยังวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่แถว ๆ นั้น

แปลก ไม่มีใครอยู่เลย… เขายกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา เข็มสั้นกับเข็มยาวบอกเวลายังไม่ถึงหกโมงครึ่งดี… หรือเป็นเพราะว่าวันนี้เขาจะมาสายเกินไป แล้วคนก็เรียกมอเตอร์ไซค์ออกไปหมดแล้ว…

ป้ายรถเมล์อยู่ห่างออกไปที่ถนนใหญ่ไม่มากเท่าไหร่ มานะกะดูว่าถ้าเดินไปขึ้นรถเมล์คงจะยังทันอยู่ ดีเสียอีก จะได้แวะซื้อน้ำเต้าหู้เจ้าเก่าด้วย เขาเริ่มก้าวเดินไปบนถนนลาดยางที่มีรถอยู่ประปราย ตามองไปที่บ้านทรงไทย ที่เห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะเวลาที่ฟ้าเป็นสีแดงอ่อน ๆ อย่างตอนนี้ เขายังจำได้ตอนที่เขามาวิ่งเล่นที่ถนนเส้นนี้ตั้งแต่ยังเป็นถนนลูกรัง คงจะซัก ๒ กิโลเมตร ถ้าเขาจำไม่ผิด…

แปลก รถเข็นขายน้ำเต้าหู้ไม่มาวันนี้… สงสัยป้าแกคงจะไม่สบาย วันก่อนเห็นแกหน้าซีด ๆ เหมือนกัน แต่ไม่ได้ถาม… ทำไมวันนั้นเราไม่ได้เอ่ยปากถามป้าแกนะ เดี๋ยวไว้วันหลังถ้าเจอจะต้องถามเสียหน่อยว่าแกกับเจ้าเปี๊ยก ลูกของแกที่ชอบมาวิ่งป้วนเปี้ยนอยู่แถว ๆ นั้น เป็นอย่างไรบ้าง

มานะเดินได้อยู่สิบกว่านาทีก็มาถึงป้ายรถเมล์ มีคนแต่งชุดทำงานรออยู่ที่ป้ายแล้วจำนวนหนึ่ง… ทำไมวันนี้คนมารอที่ป้ายมากจัง… คุยกับคุณลุงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ได้ความว่ารอมาตั้งนานแล้วก็ยังไม่เห็นมีรถเมล์มาซักคัน เขาคิดจะเดินห่างออกไปเรียกแท๊กซี่ แต่พอมองไปที่ถนนก็เพิ่งเห็นว่า ไม่ใช่แค่รถเมล์ที่ไม่วิ่ง รถแท๊กซี่ รถสิบล้อ รถสองแถว รถตุ๊กตุ๊ก ไม่มีให้เห็นเลยซักคัน รถที่เขาเห็นมีแต่รถเก๋งส่วนบุคคลเท่านั้น

“วันนี้มันเป็นอะไรนะ” เขาคิดขึ้นในใจ “แปลกเสียจริง ๆ”

พอดีหันกลับไปก็เห็นรถสีน้ำเงินที่เขาคุ้นตาค่อย ๆ มาเทียบฟุตบาทจอดตรงที่เขายืนอยู่ มานีนั่นเอง มานีเป็นเพื่อนร่วมงานของมานะที่รู้จักกันตอนสมัครงาน พอได้งานก็เลยสนิทกันเป็นพิเศษ แถมได้ทำงานที่อยู่ในสายคล้าย ๆ กัน ก็เลยได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องงานบ้างในบางโอกาส

“ขึ้นมามั้ย นะ ขืนรอรถเมล์อยู่งี้ได้ไปทำงานสายแน่” มานีพูดพลางเปิดประตู ทำให้มานะไม่ได้ยินคำแรก ๆ ของประโยคเท่าไหร่ มานะได้ยินแต่ว่า สายแน่ เลยทำหน้างงเล็กน้อยให้มานีเห็น

“อ้าวขอโทษที เราพูดพลางเปิดประตูอีกแล้ว เป็นยังงี้อยู่เรื่อย” มานีว่า ทำหน้าอมยิ้มรับผิด “เราบอกว่า ไปที่ทำงานด้วยกันมั้ย เดี๋ยวไปส่ง”

“อ้อ ดีเลย ขอบคุณมากนี” ว่าแล้วมานะก็ก้าวขาขึ้นรถมานีไป…

Articles

ย้ายบ้านแล้ว

In Thoughts on August 3, 2008 by fishix

สวัสดีครับทุกๆ คน
ตอนนี้ย้ายบ้าน ไปอยู่ที่ http://myblogofart.blogspot.com แล้วนะครับ :)
ขอบคุณที่ติดตาม และหวังว่าจะได้ไปเจอกันที่นั่นนะครับ

อาร์ต

Articles

Genesis

In Thoughts on July 31, 2008 by fishix

สวัสดีครับ ไม่รู้จะเริ่มเขียนอันแรกยังไงดีเหมือนกัน ขอทำอันนี้เหมือนคำนำหนังสือก็แล้วกัน ไม่รู้คนอื่น ๆ เป็นเหมือนกันมั้ย ที่เวลาจะอ่านหนังสือก็ชอบข้ามไปหน้าแรกที่เป็นเนื้อหาเลย ไม่เคยอ่านคำนำ แต่ก่อนก็เป็นยังงั้นมาจนขั้นมัธยมได้ ป๊าถึงบอกว่า คำนำนี่แหละ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของหนังสือ เพราะมันทำให้เรารู้ว่า ทำไมคนเขียนถึงเขียน แล้วก็ทำให้เรารู้ด้วยว่าเราอ่านหนังสือเล่มนี้ทำไม ดังนั้นถ้าจะทำอันนี้เหมือนคำนำของบล๊อก (รู้มาจากซักที่ว่าเป็นคำย่อมาจาก เว็บล๊อก) ก็คิดว่าคงจะมีประโยชน์ดีไม่ใช่น้อย สำหรับทุกคน รวมไปทั้งตัวผมเองด้วย สำหรับวันแรกอาจจะเขียนยาวซักนิดนึงนะครับ

หลาย ๆ คนคงรู้ว่าผมเคยเขียนบล๊อกอยู่ช่วงนึง ที่ http://fishix.spaces.live.com/ ซึ่งก็เว้นว่างจากการเขียนมาร่วมปีแล้ว ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง (อะไรบ้างก็ไม่รู้) แต่ทุกครั้งที่กลับไปอ่านข้อเขียนเก่า ๆ ก็รู้สึกดีทุกที หลังจากที่อ่านของเก่า ๆ ซ้ำกันอยู่นาน ก็เลยมีความคิดว่า เออ เราน่าจะเขียนนะ สงสัยจะกลัวว่าต่อ ๆ ไปจะไม่มีอะไรให้อ่านอีกแล้วมั้ง ฮ่า ๆ

ตัวเว็บที่ทุกคนเห็นอยู่นี้ ก็มีอยู่นานมากแล้ว แต่ว่าก็ไม่ได้โอกาสตกแต่งและเขียนซักที จนเมื่อวันก่อน จอมมาขอรูปที่ถ่ายไว้ที่ Brewster เพื่อจะเอาไปลงในบล๊อก ก็เลยเป็นเหมือนคนจุดประกายให้มาเขียนอย่างเป็นจริงเป็นจังซะที (จอมฝากมาโฆษณาว่า ใครสนใจอยากให้จอมจุดประกายให้อีกก็ติดต่อจอมได้) รวมไปถึงว่าช่วงนี้ออกจะว่าง ๆ นิดหน่อย เลยมีเวลานั่งประดิดประดอยตามใจชอบด้วย

จะว่าไปแล้วผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะหาอะไรมาเขียนมาใส่ลงไปในนี้ แล้วก็ไม่รู้ว่าภาษาที่เขียนนั้น ดีแล้วหรือที่จะเป็นดั่งนี้ต่อไป (หรือว่าจาให้มานเป็นงี้ดีเนี่ยะ) ก็ขอเชิญชวนทุก ๆ คน มาร่วมเดินทางไปด้วยกันกับผม (ฟังดูยิ่งใหญ่ดีจัง) ในการปั้นร่างสร้างโครงให้กับบล๊อกนี้ต่อไปนะครับ

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บล๊อกของผมครับ

Articles

อนาคต…

In Thoughts on June 5, 2007 by fishix

สวัสดีครับทุกๆ คน

ไม่ได้เขียนมาหลายเดือน (เกือบครึ่งปีละ)
เขียนครั้งสุดท้ายก็ตอนเพิ่งกลับมาจากนิวยอร์กตอนปีใหม่นู่น
ที่ไม่ได้เขียน ก็มีเหตุผลต่างๆ นานา

กิจกรรมสอง quarter หลังนี่เยอะมากๆ
ทั้ง STEP, SEALNet, Calypso ฯลฯ

เรียนก็… ขี้เกียจอยู่เรื่อยๆ

แต่เหตุผลหลักที่ไม่ได้เขียน blog ก็เพราะว่า
ไม่มั่นใจในความมั่นคงของ Windows Live™ Spaces นี่เอง
ความไม่มั่นคงคืออะไร…

คือการที่เราเขียน blog นี่ เหตุผลส่วนนึงก็เพื่อจะได้เก็บไว้อ่านในเวลาต่อๆ ไป
เป็นคนชอบอ่านอะไรเก่าๆ (ทั้งๆ ที่ก็ยังไม่แก่)
ตะกี้ไปอ่าน entry แรก ที่เขียนไว้เมื่อปีกว่าๆ ที่แล้ว ก็ยังได้ความรู้สึกดี
ก็เลยอยากเก็บอะไรพวกนี้ไว้นานๆ

ปัญหาก็คือว่า… เราจะรู้ได้ไงว่าอยู่ดีๆ ไอ Space นี้จะไม่หยุดให้บริการไปเฉยๆ
แล้วทุกอย่างก็… หายไปหมด
กรณีนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อตอน ม.ปลาย
คือเพื่อนๆ ตอนห้อง ม.ต้น ก็มี account อยู่ที่ diaryhub แล้วก็เขียนอะไรไว้เยอะแยะ
เขียนกันเป็นปีๆ
อยู่มาวันนึง diaryhub มันก็หายไป…

ก็เลยไม่อยากให้เกิดยังงั้นขึ้นอีก
เข้าใจแหละว่าของ Microsoft มันก็คงเชื่อถือได้มากกว่าในระดับนึง
แต่ก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี

ทางออกล่ะ?
ตอนนี้ที่อยากได้คือ web ของตัวเอง… จด domain ปีละ 5 เหรียญ 10 เหรียญก็ว่าไป
แล้วก็เขียน PHP นิดนึง เอามาใส่ๆ ให้เขียนได้ ให้คนมา comment ได้
แต่ก็ยังเขียน PHP ไม่เป็น… แต่ว
กะว่าปิดเทอมนี้จะเริ่มอ่านหนังสือ PHP จริงๆ ละ

หลายเดือนที่ผ่านมานี่ มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเยอะแยะ
ที่น่าจะจดไว้
ที่น่าจะจำไว้
ที่น่าจะเขียนไว้
แต่ก็ไม่ได้ทำ

เริ่มเพ้อแล้ว
จะสอบแล้ว
จะกลับไทยแล้ว
ไปอ่านหนังสือดีกว่า :)

ปล. ขอถามความเห็นเพื่อนๆ ด้วยละกัน
ใช้ blog อันนี้ต่อไปดีมั้ย หรือทำเองดี

ขอบคุณมากครับ